ความต่างระหว่างไทยกับจีน (เกร็ดเล็กๆน้อยๆในการใช้ชีวิตในเมืองจีน)

เกร็ดเล็กๆน้อยๆในการใช้ชีวิตในเมืองจีน ว่าด้วยความต่างระหว่างไทยกับจีน วันนี้พี่ฐาขอมานำเสนอความแตกต่างเล็กๆน้อยๆของการใช้ประจำวันในเมืองจีนที่ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยแล้วกันเนอะ เผื่อใครมาอยู่หรือเที่ยวที่เมืองจีนแล้วจะได้ไม่งงหรือตกใจไปก่อน 

 

เวลาสั่งอาหารและไม่ได้ทานที่ร้าน ห่อกลับบ้านเราจะได้อาหารที่ใส่ในถุงพลาสติกแบบมีหูหิ้ว ไม่เหมือนเมืองไทยที่มีถุงร้อน ถุงเย็นแบบนั้น ถ้าอยากใส่แบบกล่องสวยงามต้องจ่ายเงินเพิ่มค่ากล่องประมาณ 5-10 บาท แต่ถ้าร้านเล็กๆก็อาจจะไม่มีขายด้วยจุดนี้อยู่ไปนานๆก็แอบชินไปแล้ว ตอนแรกตกใจมาก  แอบเหมือนอาหารที่เราเอาไปฝากน้องหมา


เวลาไปทานอาหารในร้านอาหารเล็กๆ ตามข้างถนนอ่านะ  เค้าก็จะเอาอาหารใส่ในถุงพลาสติกแล้ววางในชามมาเสริฟให้เราอีกที เพื่อประหยัดการล้างชาม


เวลาไปซุปเปอร์มาเก็ต ต้องเตรียมถุงใส่ของไปเอง เค้าไม่มีถุงฟรีให้เหมือนซุปเปอร์ที่เมืองไทยนะ ที่นี้ถุงใส่ของต้องซื้อนะคะ ถุงละประมาณ 2-3 บาท แต่ถ้าร้านขายของชำเล็กๆ เค้ายังพอมีถุงใส่มาให้ฟรีนะเออ คนจีนที่นี่เลยนิยมพกถุงผ้าเอาไว้ใส่ของ ก็ดีนะข้อนี้รักโลก ลดขยะ


เวลาการทำงานและเวลาเรียนในแต่ละฤดูจะไม่เหมือนกัน อย่างเช่นฤดูหนาว ช่วงเวลากลางวันจะสั้น ก็จะเลิกงานและเลิกเรียนเร็วขึ้นประมาณครึ่งชั่วโมง ช่วงพักกลางวันจะน้อยลง ส่วนฤดูร้อนช่วงกลางวันนานก็จะเลิกงานเลิกเรียนช้า กว่าปกติ ครึ่งชั่วโมง โดยจะมีช่วงพักกลางวันนานขึ้นนั้นเอง 


ตอนพักกลางวันคนทำงาน คนทั่วไป หลังทานข้าวเที่ยง คนจีนปกติเค้าจะต้องนอนพักผ่อนหน่อย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เค้าว่าพอตื่นขึ้นมาก็จะสดชื่น มีแรงทำงานมีแรงเรียนกันต่ออีกในครึ่งบ่าย


ร้านอาหารทั่วไป แม้ว่าจะอยู่ในห้างก็ตามเวลาเปิดให้บริการช่วงเที่ยงนั้นจะเปิดตั้งแต่11.00-14.00 เท่านั้น ไม่เหมือนเมืองไทยที่เปิดตลอดเวลา และจะเปิดอีกทีตอน 16.30เป็นต้นไปสำหรับอาหารเย็น ตอนแรกมาถึงที่นี่ยังไม่รู้ออกไปหาของกินหลังบ่าย 2ไม่มีร้านมีร้านไหนขายนะเออ กินมาม่าวนไปคะ ถ้าหลังบ่าย 2 ไปแล้ว เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของเค้า เพราะหลังจากบ่าย 2 คนทั่วไปต้องเริ่มทำงานช่วงบ่ายแล้วด้วย


เด็กๆประถมและมัธยมที่นี้ พักเที่ยง สามารถออกมาจากรั้ว รร ไปพักผ่อนได้ตามสบายได้เลย สำหรับเด็กๆประถม ผู้ปกครองก็จะไปรอรับหน้า รร กลับบ้านไปพักผ่อนทานข้าวเที่ยงที่บ้าน แค่ต้องกลับมาเรียนให้ทันตอนคาบบ่ายเท่านั้น ไม่เหมือนเมืองไทยเนอะ จำได้ตอนตัวเองสมัยเด็ก ยังมีเพื่อนแอบปีนกำแพงไปซื้อของกิน หรือฝากพี่วินข้างกำแพงซื้อของมาให้อยู่เลย 


เด็กๆที่จีน ไม่ใช่ทุก รร จะมีชุดยูนิฟอร์ม ใส่ไป รร น่ะเออ แถมน้องๆผู้หญิงที่เรียนชั้นมัธยมบ้างรร ต้องตัดผม สั้นๆ แบบเด็กผู้ชาย ทรงผมเปิดหูแบบนั้น มาเมืองจีนก็ไม่ต้องตกใจน่ะจ้ะ ที่เห็นน้องๆบ้างคนแต่งตัวผู้หญิงมากๆ แต่ว่าทรงผมผู้ชาย รร ให้เหตุผลว่าอยากให้นร ตั้งใจเรียนไม่ต้องห่วงเรื่องสวยงาม (มันช่วยได้เหรอ?!)


คนจีนทั่วไปปกตินิยมใช้จักรยาน และรถจักรยานไฟฟ้า รถสกู๊ดเตอร์ เพราะที่นี่มีเลนส์เฉพาะ สะดวก ไม่ต้องทนรถติด หาที่จอดรถก็ง่าย เพราะช่วงเช้าและช่วงเลิกงานรถติดมาก ถ้าขับรถยนต์ หาที่จอดก็ยากด้วย ถ้าจอดรถในที่ห้ามจอดจะโดนปรับ 500บาท และการจ่ายค่าปรับที่เกี่ยวกับส่วนราชการต่างๆนี้ปกติต้องไปจ่ายตรงกับธนาคารเข้าบัญชีของกรมตำรวจหรือในส่วนของหน่วยงานรัฐ โดยตรงแบบนั้นคือดีงามลดการยักหยอกได้ประมาณหนึ่งอ่านะ 


คนจีนไม่กินน้ำแข็งก้อนน่ะคะ ถึงแม้จะหน้าร้อนก็ไม่มีขายทั่วไปนะจ้ะ จะมีก็ต้องในร้านอาหารใหญ่ๆเท่านั้น และถ้าสั่งน้ำบอกว่าน้ำเย็นเค้าจะเอาน้ำแบบแช่เย็นมา ไม่มีน้ำแข็งใส่มานะ ต้องขอน้ำแข็งเพิ่มไปอีก เพราะคนจีนชอบกินน้ำร้อน น้ำชา หรือไม่ก็น้ำอุณหภมิห้องเท่านั้น รักสุขภาพมากๆ


คนจีนทางเหนือชอบกินหมั่นโถ เมี่ยน เส้นๆ  ส่วนคนทางใต้หน่อยจะชอบกินข้าวเหมือนเมืองไทย ดังนั้นจะไปหาซื้อข้าวเปล่าที่หุงสุกแล้วไม่มีขายน่ะ มีแต่ขายเมี่ยนกับ ซาลาเปา หมั่นโถ แบบนั้น


 คนจีนเป็นประเทศใหญ่ แต่ละท้องถิ่นมีภาษาของตัวเองด้วย เช่น ภาษาเซี่ยงไฮ้ภาษากวางตุ้ง  แต่ทุกคนต้องพูดภาษาจีนกลางซึ่งถือเป็นภาษาราชการ และเป็นภาษาท้องถิ่นของคนภาคเหนือ คือคนปักกิ่งนั้นเอง ดังนั้นเราคนไทยที่พูดภาษาจีนกลัวว่าจะออกเสียงไม่ชัด ไม่ต้องอายนะคะ คนจีนด้วยกันบางทีเค้ายังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย เพราะว่ามาจากคนละทีสำเนียงคนละสำเนียง ไม่ต้องอายเราเอาความมั่นใจใส่ไปไม่ต้องกลัวคะ ถ้าคนจีนเค้ารู้ว่าเราเป็นไทย เค้าจะตื่นเต้นมาก ที่ได้เจอคนต่างชาติและคนไทยเวลาพูดภาษาจีนเค้าจะชอบคิดว่าเราเป็นคนจีนทางใต้ คล้ายๆสำเนียงจีนจากกว้างตุง นั้นเอง


เสียงภาษาจีนที่ไม่มีในภาษาไทยและถือว่าเราคนไทยอาจจะออกเสียงยากที่สุดก็คือเสียง ch sh zh  ของจีนนั้นเอง เพราะเสียงนี้ต้องมีการห่อลิ้น เยอะ แต่ไม่เป็นไรฝึกฝนหน่อยก็ได้แน่ๆคนไทยเก่ง และการเรียงประโยคส่วนใหญ่ภาษาไทยกับภาษาจีนคล้ายๆกัน ประธาน กริยา กรรม แปลความหมายง่าย


คนจีนทั่วไปไม่พูดภาษาอังกฤษเลย ถือว่าพูดไม่ได้เลยทีเดียว วัยรุ่นก็เหมือนกัน คนไทยก็ยังกล้าพูดอังกฤษมากกว่าคนจีนน่ะ (คหสต)ถ้าไม่ใช่คนจีนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆภาษาอังกฤษไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แม้แต่คุณหมอก็พูดไม่ได้น่ะ นางเรียนตำราที่แปลมาเป็นภาษาจีนแล้ว อาจจะมีแค่หมอที่จบนอกที่พูดได้นะคะ อันนี้ผิดคลาดมากไม่น่าเชื่อเลย


 ที่เมืองจีนชื่อภาษาอังกฤษ อย่างเช่นชื่อประเทศ ชื่อร้านฟาสฟู้ดต่างๆ ชื่อสารเคมีแม้แต่ชื่อธาตุในตารางธาตุ ก็แปลเป็นชื่อภาษาจีนทั้งหมด ยกตัวอย่างชื่อประเทศAmerica ก็เรียกว่า เหม่ยกั้ว ชื่อร้าน KFC เรียกว่า เค่อน เต่อ จี (แปลว่าไก่) ประมาณนี้ไม่เรียกทับศัพท์ ไปเลยเหมือนเมืองๆไทยนะ อีกหนึ่งมุมน่ารักๆของเมืองจีน


คนจีนชอบเมืองไทยมาก เพราะว่าอากาศดี และค่าครองชีพก็เหมือนจะถูกกว่าด้วย ไปเที่ยวไทย 7 วัน 5 คืน กับทัวส์ รวมค่าตั๋วค่าที่พัก ราคาไม่ถึง 10000 บาทน่ะจ้ะ ทำได้งัย? เลยไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมทัวส์จีนเยอะจริงๆ


เมืองจีนไม่มีเพศที่สามที่เปิดเผยเหมือนเมืองไทยน่ะ ง่ายๆ ไม่สามารถเจอ สาวสอง หรือ ทอม เกย์ ที่เปิดเผยตัวในที่สาธารณะเลย เค้าเลยตื่นเต้นมากที่รู้ว่าเมืองไทยมีกระเทย และน้องปอยก็มีชื่อเสียงมากที่เมืองจีน


เมืองจีนพวงมาลัยคนขับอยู่ด้านซ้าย เลี้ยวขวาผ่านตลอด ต้องคอยระวังตอนข้ามถนนที่เมืองจีนนะ


วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันเนอะ ถ้าพี่ฐานึกอะไรได้อีกจะมาบอกเล่ากันเพิ่มเติม 

Bye Bye  再见 zaijian(จ้ายเจี๋ยน )

Leave a Replay

About Me

Tatha Education China (TEC) เราเป็นที่ปรึกษาและตัวกลางที่จะช่วยน้องๆและผู้ปกครองที่สนใจจะส่งบุตรหลานมาเรียนต่อแพทย์ที่เมืองจีน เรียนต่อปริญญาตรีสาขาต่างๆ หรือเรียนภาษาจีนกับเจ้าของภาษาโดยตรงทั้งระยะสั้นและระยะยาว

Recent Posts

Follow Us

Video

Scroll to Top